|
กระบวนการในการทอผ้า จำเป็นจะต้องมีการเตรียมเส้นด้ายสำหรับที่ใช้ในการทอผ้ซึ่งการทอผ้าเกาะยอในอดีตใช้
้เส้นด้ายที่ทำมาจากใยฝ้ายชนิดสีขาวและสีกากีที่ชาวบ้านปลูกขึ้นใช้เองและใช้วิธีย้อมสีด้วยสีธรรมชาติ เช่น จากเปลือก ราก แก่น และผลของต้นไม้เป็นหลัก เช่น สีแดงจากรากของต้นยอ สีเหลืองจากขมิ้นชันและแก่นเข (แลแก) สีม่วงอ่อนจากลูกหว้า สีตองอ่อนจากแกลง (มะพูด) สีส้มจากสะตี สีครามจากต้นคราม และสีเขียวจากเปลือกสมอ ใบหูกวาง คราม จากนั้นย้อมทับด้วย แกลงอีกครั้งหนึ่ง ปัจจุบันจึงไม่นิยมปลูกฝ้ายเพื่อใช้ทอผ้าเพราะฝนตกชุกทำให้เส้นใยฝ้ายเปื่อยง่าย และกรรมวิธีการย้อมเส้นด้าย โดยวิธีการแบบเก่านั้นยาก กว่าจะย้อมเสร็จต้องผ่านหลายขั้นตอน ปัจจุบันจึงนิยมซื้อเส้นใยสำเร็จรูปหรือเส้นใยประดิษฐ์ เช่น โพลิแอสเตอร์และเรยอง ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า เส้นด้ายโทเร และใช้เส้นไหมธรรมชาติ และไหมเทียมมาใช้ทอผ้าเกาะยอแทน ฝ้ายเพราะมีความคงทนถาวรและมีสีสันที่สวยงามกว่า
ประเภทของเส้นใยที่นำมาใช้ทอผ้าเกาะยอ
เส้นใยประเภทต่าง ๆ ที่นำมาใช้ในการทอผ้าเกาะยอ ได้แก่
1. ฝ้าย เป็นเส้นใยที่นำมาใช้ทอผ้าเกาะยอในระยะแรก ๆ ฝ้ายได้จากเมล็ดของต้นฝ้ายที่ชาวบ้านปลูกขึ้นเอง มีหลายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์อัปแลนด์ พันธุ์เอเซีย แต่ละพันธุ์จะให้เส้นใยที่มีความยาวแตกต่างกัน คือตั้งแต่ 0.5-2 นิ้ว เส้นใยขนาดยาวเมื่อนำมาใช้ ทอผ้าจะทำให้เนื้อผ้ามีคุณภาพดี เพราะสามารถปั่นเป็นเส้นด้ายที่เรียบและมีขนาดเล็ก มีความแข็งแรงและเป็นมัน เส้นใยขนาดสั้น ใช้ปั่นเป็นเส้นด้ายที่หยาบกว่า แม้จะไม่เรียบและไม่ละเอียดเท่าเส้นใยขนาดยาวแต่ก็ทนทาน
2. เรยอง เป็นเส้นใยสังเคราะห์ที่นำมาใช้ในการทอผ้าเกาะยอในยุคปัจจุบัน เรยองที่นำมาใช้ในการทอผ้าเกาะยอ เป็นชนิดเกรด A เบอร์ 40/2 ที่ผลิตจากสารเซลลูโลส ธรรมชาติ เช่น เยื่อไม้หรือเศษฝ้าย เส้นใยประเภทนี้มีคุณสมบัติแตกต่าง จากฝ้ายคือ มีความเหนียว ทนทาน มีความคงตัว และดูดความชื้นได้น้อยกว่าฝ้าย
3. ไนลอน เป็นเส้นใยสังเคราะห์ที่นำมาใช้ทอผ้าเกาะยอซึ่งเป็นโพลิเมอร์ชนิดโพลีอาไมด์ มีหลายสูตร เช่น ไนลอน 6 และไนลอน 66 เป็นต้น
4. โพลีเเอสเทอร์ เป็นเส้นใยสังเคราะห์ ซึ่งเป็นโพลิเมอร์ของเอสเตอร์ซึ่งเกิดจากไฮดริค อัลกอฮอล์ และกรดเตเฟธาลิค
5. ไหมเทียม เป็นเส้นใยสังเคราะห์ในกลุ่มอะคลิริกที่ชาวเกาะยอนำมาใช้ทอผ้า เนื่องจากมีลักษณะเหนียว ทนทาน และราคาถูกกว่าไหมแท้
6. ไหมแท้ เป็นเส้นใยที่ทางกลุ่มทอผ้า (ราชวัตถ์แสงส่องหล้า) นำมาใช้ทอ โดยสั่งซื้อไหมแท้ เบอร์ 30-32 มาจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ผ้าที่ทอจากไหมแท้จึงมีราคาแพงกว่าผ้าที่ทอจากไหมเทียม
การเตรียมเส้นด้ายสำหรับการทอผ้าเกาะยอ
หลักการทอผ้าโดยทั่วไป คือ การทำให้เส้นด้ายสองพวกขัดกัน เส้นด้ายพวกหนึ่งเรียกว่า ด้ายยืน และอีกพวกหนึ่งเรียกว่า ด้ายพุ่ง ดังนั้น ในการทอผ้าจึงต้องมีการเตรียมเส้นด้าย 2 ประเภท คือ การเตรียมด้ายยืนและการเตรียมด้ายพุ่ง
1. การเตรียมด้ายยืน มีกรรมวิธีต่าง ๆ ดังนี้ คือ ก่อนจะทอผ้า ช่างจะต้องนำด้ายริ้วที่เป็นไจหรือชาวบ้านเรียกว่า เข็ด ที่ซื้อมาจากตลาดไปกรอเข้าหลอดเสียก่อนเพื่อใช้สำหรับงานโดยเฉพาะเช่น หลอดด้ายสำหรับสาวด้ายยืนหรือหลอดด้ายค้น
อุปกรณ์ที่ใช้กรอด้ายเรียกว่า เสาทอหวิง หรือดอกหวิง ระหว่างการกรอต้องหมั่นตรวจสอบดูว่าเส้นด้ายสม่ำเสมอดี ไม่มีรอยคอด ที่จะทำให้ด้ายขาดเร็ว ไม่มีปุ่มปมซึ่งจะเป็นอุปสรรคในการทอ ถ้ามีต้องเอาออกและต่อให้เรียบร้อย
เมื่อช่างทอกรอด้ายเข้าหลอดแล้ว จะนำไปใส่ในเครื่องเดินด้ายเพื่อทำด้ายค้นหรือด้ายวิ่ง ซึ่งมีราวสำหรับบรรจุหลอดด้าย ทำด้วยไม้ไผ่หรือท่อน้ำพลาสติก ยาวท่อนละประมาณ 8 นิ้ว จากนั้นดึงด้ายมาสู่รางค้นซึ่งมีลักษณะเป็นแคร่ยาว ปลายทั้ง 2 ข้าง ห่างกัน 5 หลา แกนไม้ที่อยู่ริมแคร่ทั้งสองมีข้างละ 19 แกน การค้นด้ายคือการสาวด้ายยืนนั้นเอง

ในการทอผ้า เราต้องการให้ผ้ามีหน้ากว้างเท่าไรช่างทอจะเป็นผู้คำนวณจำนวนด้ายว่าจะใช้ด้ายกี่เส้น ตัวอย่างเช่น การทอผ้าขาวม้ากับทอผ้าพื้นหรือทอผ้าที่มีลวดลายขนาดของหน้าผ้าจะกว้างไม่เท่ากัน เมื่อคำนวณจำนวนด้ายยืนแล้วช่างทอ จะใส่หลอดด้ายค้นไว้ที่ราวบรรจุหลอดด้ายให้เท่ากับจำนวนเส้นด้ายที่คิดคำนวณไว้ จากนั้นดึงด้ายมาสู่รางค้นพร้อม ๆ กัน พันด้ายใส่ในแกนซ้าย-ขวาของรางค้น จะใส่ด้ายจำนวนกี่แกนขึ้นอยู่กับช่างทอว่าต้องการให้ผ้ายาวกี่หลา ซึ่งชาวเกาะยอเรียกว่า
ยาวกี่ถุง โดยผ้า 1 ถุง = 2 หลา เช่น ถ้าต้องการทอผ้าให้มีความยาว 80 ถุง ช่างทอจะต้องค้นด้ายถึง 15 แกน และค้นจำนวน 31 รอบ เมื่อค้นด้ายเสร็จแล้วจะปลดเอาด้ายออกมาจากแคร่แล้วขมวดให้เป็นลูกโซ่เพื่อป้องกันมิให้เส้นด้ายยุ่งจากนั้นแยกเป็นกลุ่ม เพื่อนำไปใส่ในฟืมภายหลัง
การเอาด้ายใส่ในฟืมเรียกว่า การสอดฟันหวี หรือ การเข้าฟืม โดยในฟันหวีซี่หนึ่งๆ จะสอดด้ายจำนวน 2 เส้น ซึ่งความกว้างของผ้าทั้งผืนจะมีเส้นด้ายเท่ากับ 1,220 เส้นหรือชาวบ้านเรียก 30-30.5 หลบ เพราะฟันหวี 40 ซี่เท่ากับ 1 หลบ ในการสอดฟันหวีจะต้องใช้แรงงาน 2 คน ให้นั่งอยู่คนละด้านของฟืม โดยคนหนึ่งทำหน้าที่สอดด้ายและอีกคนใช้ไม้เบ็ด
เกี่ยวด้ายที่ถูกสอดผ่านมาอีกด้านของฟืม เมื่อสอดด้ายเข้าฟืมเสร็จแล้วก็นำไปขึงบนกี่สำหรับเก็บตะกอหรือร้อยตะกอต่อไป

2. การเตรียมด้ายพุ่ง เริ่มจากช่างทอผ้ากรอด้ายสีต่าง ๆ ที่จะใช้เป็นด้ายพุ่งเข้าหลอดด้ายพุ่ง โดยใช้อุปกรณ์ในการกรอคือ ดอกหวิงและไน จากนั้นนำหลอดด้ายพุ่งที่กรอด้ายแล้้ีวใส่ในรางกระสวย เพื่อใช้สำหรับพุ่งไปในช่องด้ายยืนขณะทอผ้าในกี่กระตุก


กลับด้านบน |