เมนู
หน้าแรก  
คำนิยาม
บ่อบ่มเพาะภูมิปัญญาชาวบ้านภาคใต้
บ่อบ่มเพาะอันเนื่องจากสภาวะธรรมชาติ
บ่อบ่มเพาะอันเนื่องจากสภาวะสร้างสรรค์ของบรรพชน
บ่อบ่มเพาะอันเนื่องจากความเชื่อเกี่ยวกับโลกและจักรวาล
บ่อบ่มเพาะอันเนื่องจากศาสนา
 
ประเภทของภูมิปัญญาชาวบ้าน
ภูมิปัญญาชาวบ้านเพื่อการยังชีพ
ภูมิปัญญาเกี่ยวกับการพิทักษ์ชีวิตและทรัพย์สิน
ภูมิปัญญาเกี่ยวกับการสร้าง และพิทักษ์ฐานะและอำนาจ
ภูมิปัญญาการจัดการเพื่อการสาธารณประโยชน์
ภูมิปัญญาที่เป็นการสร้างสรรค์พิเศษ

 

 

ประเภทของภูมิปัญญาชาวบ้าน 

          บรรดาภูมิปัญญาชาวบ้านทั้งปวง  ถ้าจำแนกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ตามอัตถประโยชน์ได้อย่างน้อย ๕ ประเภท  คือ  เพื่อการยังชีพ
เพื่อการพิทักษ์ชีวิตและทรัพย์สิน  การพิทักษ์ฐานะและอำนาจ  การจัดการเพื่อสาธารณประโยชน์ และภูมิปัญญาที่เป็นการสร้างสรรค์พิเศษ แต่ละประเภทอาจจำแนกแยกย่อยได้นานาประการ แตกต่างกันไปตามกลุ่มชน ตามกาละ และสถานที่ ในที่นี้
จะกล่าวถึงภูมิปัญญาชาวบ้าน ภาคใต้พอสังเขปเป็นแนว

๑.ภูมิปัญญาชาวบ้านเพื่อการยังชีพ 

              ภูมิปัญญาชาวบ้านประเภทเพื่อการยังชีพมีขึ้นเพื่อการมีชีวิตอยู่รอด  อยู่อย่างมีความสุขสบายตามอัตภาพ เป็นภูมิปัญญาที่เกี่ยวกับ การเสาะหาปัจจัยพื้นฐานในการยังชีพของสังคมปฐมฐานยุคที่มนุษย์เสาะหาปัจจัยด้วยวิธีเก็บเกี่ยวและการใช้แรงงาน ได้แก่ วิธีทำมาหากิน  วิธีเสาะหาและจัดการเกี่ยวกับปัจจัย ๔ คือ ที่อยู่อาศัย อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค เป็นต้น ภูมิปัญญาเหล่านี้ค่อยๆ เพิ่มพูนงอกงามขึ้น จนดูประหนึ่งเป็นสิ่งสามัญ เช่น

            ๑.๑ ภูมิปัญญาที่เกี่ยวกับการทำมาหากิน  เริ่มแต่ภูมิปัญญาการเก็บเกี่ยว  เช่น ภูมิปัญญาการหาของป่า  ล่าสัตว์  ตีผึ้ง การทำและใช้เครื่องจับสัตว์บก สัตว์น้ำ เช่น นก ปลา เสือ  ช้าง ภูมิปัญญาเหล่านี้ค่อยพัฒนาขึ้นเป็นอาชีพ  มีรูปแบบของเครื่องมือเครื่องใช้ เฉพาะตัว เฉพาะถิ่นขึ้น  เช่น  หน้าไม้  แร้ว  ไซ   เชงเลง  หญุด  ภูมิปัญญาในการเลือกพันธุ์ข้าวทำนา การไถ  คราด  หว่าน  ดำ  เป็นต้น

คลิกเพื่อชมภาพ

           ๑.๒ ภูมิปัญญาที่เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย  เช่น  การสร้างบ้านเรือนแบบเครื่องผูก  ภูมิปัญญาการเลือกใช้วัสดุ วิธีเย็บ  ถักริม  ผูกเงื่อน คาดแหละ บ้านเรือนแบบเครื่องสับ วิธีดามไม้ต่อไม้ การเข้าลิ้น ใช้สลัก บากประกบ วิธีต่อเรือนเชื่อมพื้นเรือนระเบียงกับเรือนใหญ่ โดยใช้ “ค้างคาวห้อยหัว”  จากประสบการณ์ที่แท้จริงทำให้บรรพบุรุษชาวใต้พบว่าไม่กันเกรา  หรือตำเสาเนื้อแข็งทนทานใช้ทำเครื่องเรือนดี  แต่ถ้ามีตาในเนื้อไม้จะรับน้ำหนักไม่ได้จะเปราะและหักง่าย จึงห้ามนำไม้ตำเสาทำรอด ตงขื่อ แต่เหมาะมากที่จะใช้ทำเสา หรือวางในแนวยืน บางท้องถิ่นจึงเรียกไม้ชนิดนี้ว่าไม้  “ทำเสา”  ตามคุณลักษณะเฉพาะดังนี้เป็นต้น

คลิกเพื่อชมภาพ

            ๑.๓ ภูมิปัญญาที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมโภชนาการ ได้แก่ ภูมิปัญญาในการเลือกสรรอาหาร วิธีปรุง และวิธีถนอมอาหาร  เช่น ชาวชนบทรู้ว่าวิธีจะนำต้นกล้วยเถื่อนมาบริโภคต้องบั่นส่วนยอดของต้นกล้วยทิ้งเสียก่อนแล้วรอจนกว่ายางหรือน้ำในลำต้นไหลลงสู่โคนหรือเหง้า จนหมด จึงจะบั่นส่วนล่าง มิเช่นนั้นยางจะขังอยู่ทั่ว หยวกกล้วยจะขม ภูมิปัญญาอันนี้บางครั้งถูกนำมาหลอกกันเล่นว่าใครไปตัดต้นกล้วยเถื่อน ถ้าไม่รู้คาถาจะได้หยวกกล้วยขมทุกราย ชาวใต้สอนว่าอย่าแต่งงานกับหญิงที่  “นึ่งปูหลังไม่แดง” ซึ่งแสดงว่าหญิงนั้นทำอาหารไม่เป็น เพราะ วิธีนึ่งปูให้อร่อยต้องวางปูหงายขึ้นเพื่อให้น้ำหวานในเนื้อปูไม่ออกจากเนื้อ  เมื่อวางหงายขึ้นหลังของปูที่นึ่งสุกแล้วจะต้องแดง ดังนี้เป็นต้น

คลิกเพื่อชมภาพ

            ๑.๔ ภูมิปัญญาที่เกี่ยวกับเครื่องนุ่งห่ม ได้แก่ ภูมิปัญญาในการนำสิ่งต่างๆ มาปกปิดร่างกายให้อบอุ่น เช่น ภูมิปัญญาในการ ทำหินเป็นเครื่องมือทุบเปลือกไม้ทำเป็นผ้า  การทำและใช้แวดินเผาเพื่อปันฝ้าย  การคิดทำฟืมและกี่สำหรับงานทอ  ภูมิปัญญาในการปักร้อย ปักชุน  ภูมิปัญญาในการย้อมสี  การประดิษฐ์ลวดลาย  การจำแนกด้วยรูปแบบเพื่อการใช้สอยเฉพาะกิจ เช่น ผ้าซักอาบ  ผ้าเตียว  ผ้ากราบพระ  ผ้าห่อหมาก  ผ้าหอพาย  ผ้าห้อแคระ  ผ้าเช็ดปาก  เหล่านี้เป็นต้น

คลิกเพื่อชมภาพ

            ๑.๕ ภูมิปัญญาเกี่ยวกับยารักษาโรค ได้แก่ การนำสมันไพร  สัตว์  แร่บางชนิดมาใช้เป็นตัวยา  การผสมยา  วิธีปรุงยา  การใช้ยา เช่น ภูมิปัญญาในการนำไม่ตำเสามาใช้เป็นยาบำรุงธาตุ ยาอายุวัฒนะ  แก้หืด  ไอ  ริดสีดวง ไข้จับสั่น แก้เลือดลม เชื่อกันว่าน้ำผึ้ง ที่ได้จากผึ้งที่กินดอกตำเสาจะมีรสขมเจือใช้เป็นยาอายุวัฒนะมีสรรพคุณเป็นเลิศ  เป็นต้น

คลิกเพื่อชมภาพ

<<ถอยกลับ     กลับด้านบน     หน้าต่อไป>>

 


จัดทำโดย
น.ส.กนกพร รสมณี น.ส.จตุพร รักรู้ น.ส.นาถยา คงยิ้ม
นิสิตวิชาเอกเทคโนโลยีการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ