เชิดชูเกียรติ/คนเก่ง คนดัง TSU
วันที่ประกาศ :: 4 พ.ย.54 หมดอายุข่าว 30 ธ.ค.55
(อ่าน 2469)
หัวข้อข่าว :: ขอแสดงความยินดีกับ ดร.สมพงศ์ โอทอง อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ในโอกาสที่ได้รับรางวัล TRF-CHE -Scopus Researcher Award 2011
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 

 ขอแสดงความยินดีกับ ดร.สมพงศ์  โอทอง อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ในโอกาสที่ได้รับรางวัล TRF-CHE -Scopus Researcher Award 2011 สาขา Engineering & Multidisciplinary Technology  และได้เข้ารับรางวัลในการประชุม "นักวิจัยรุ่นใหม่ พบ เมธีวิจัยอาวุโส สกว" ครั้งที่ 11 เมื่อวันพุธที่ 19 ตุลาคม 2554 ณ โรงแรมฮอลิเดย์อินน์  รีสอร์ท รีเจนท์ บีช ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

ประวัติของ ดร.สมพงศ์  โอทอง

  ดร.สมพงศ์ โอทอง สำเร็จการศึกษาวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาชีววิทยา (เกียรตินิยมอันดับสอง) จากมหาวิทยาลัยทักษิณ ในปี พ.. 2544 สำเร็จการศึกษาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ จากมหาวิทยาลัยสงขลานคริทร์ ในปี พ.. 2547 และสำเร็จการศึกษาปรัชญาดุษฏีบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ จากมหาวิทยาลัยสงขลานคริทร์ ในปี พ.. 2550 และ ทุน JSPS Research Fellowship สำหรับทำวิจัยด้านการผลิตไฮโดรเจน ณ Yamaguchi University ประเทศญีปุ่น และทุนวิจัยหลังปริญญาเอกจาก Technical University of Denmark ประเทศเดนมาร์ค สำหรับทำวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพพลังงาน ในปี พ.. 2551 และ 2552

                รางวัลต่างๆ ที่ได้รับ ได้แก่ รางวัลวิทยานิพนธ์ระดับดีเด่น สมาคมเทคโนโลยีชีวภาพ แห่งประเทศไทย (ประจำปี 2550) รางวัลวิทยานิพนธ์ระดับดีเยี่ยม สภาวิจัยแห่งชาติ (ประจำปี 2551) รางวัลผู้ที่มีผลลงานวิจัยตีพิมพ์มีค่า impact factor สูงสุด มหาวิทยาลัยทักษิณ (ประจำปี 2552) รางวัลการแสดงผลงานแบบโปสเตอร์ระดับดีเยี่ยม Asian Biohydrogen ประเทศ Taiwan (ประจำปี 2553) รางวัลกลุ่มวิจัยดีเยี่ยม (กลุ่มวิจัยพัฒนากระบวนการผลิตไฮดดรเจนจากวัตถุดิบมวลชีวภาพโดยจุลินทรีย์) จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (ประจำปี 2553)

ผลงานวิจัยโดยสรุป

             การใช้เทคโนโลยีชีวภาพทางด้านพลังงานในการผลิตพลังงานทดแทนอย่างเช่น ไฮโดรเจนและ มีเทน มีความคุ้มค่าทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ เทคโนโลยีนี้ช่วยลดความสกปรกของน้ำเสียที่จะก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม การประยุกต์ใช้ระบบผลิตก๊าซไฮโดรเจน และ ก๊าซมีเทน จากน้ำเสียหรือวัสดุเศษเหลือจากโรงงานอุตสาหกรรมเกษตรได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะโรงงาน้ำมันปาล์ม อย่างไรก็ตามการนำระบบผลิตก๊าซไฮโดรเจน และ มีเทน ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ มีปัญหาในการดำเนินการหลายประการ เช่น การเกิดโฟม ความไม่มีเสถียรภาพในการผลิต เกิดสภาวะไม่สมดุลในถังปฏิกรณ์ได้ง่ายและทำให้ผลผลิตลดลง และมีผลได้ของผลผลิตต่ำ ส่งผลให้ต้องเริ่มต้นเดินระบบใหม่อยู่บ่อยครั้ง การเริ่มต้นระบบในแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายสูง ระบบผลิตก๊าซไฮโดรเจน และ ก๊าซมีเทน อาศัยการทำงานของจุลินทรีย์ ข้อมูลบงชี้ว่ายังขาดความเข้าใจเกี่ยวนิเวศวิทยาของจุลินทรีย์ ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในการดำเนินการผลิต การเข้าใจนิเวศวิทยาของจุลินทรีย์จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่เป็นไปได้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และเพิ่มผลผลิต ผู้วิจัยและทีมงานจึงดำเนินการวิจัยในเชิงลึกเกี่ยวกับนิเวศวิทยาของจุลินทรีย์ในกระบวนการผลิตไฮโดรเจนและมีเทนโดยอาศัยเทคนิคทางชีววิทยาโมเลกุล ซึ่งสามารถตรวจชอบชนิด และ ปริมาณจุลินทรีย์ในกระบวนการผลิต

การใช้ประโยชน์ของงานวิจัย

                กระบวนการผลิตพลังงานทดแทนโดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพ อย่างเช่น ไฮโดรเจน มีเทน และ เอทานอล ถูกนำมาใช้ผลิตในระดับอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมากในประเทศไทย โดยเฉพาะก๊าซมีเทนจาก วัสดุเศษเหลืออุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน จากการนำมาผลิตในระดับอุตสาหกรรมทำให้เจอปัญหาที่ไม่เคยเกิดขึ้นในระดับห้องทดลองมาก่อนจำนวนมาก เนื่องจากขาดความรู้ความเข้าใจในนิเวศวิทยาของจุลินทรีย์ ดังนั้นงานวิจัยที่ก่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจต่อกลไกการทำงานของจุลินทรีย์ และ นิเวศวิทยาของจุลินทรีย์ มีส่วนสำคัญในการพัฒนาวิธีการแก้ไขปัญหาและป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับระบวนการผลิตไฮโดรเจน และ มีเทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันไม่ให้ระบบผลิตล้มเหลว และสามารถผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีความมั่นคงทางด้านพลังงาน

ผลการวิจัยพบว่า Thermoanaerobacterium เป็นจุลินทรีย์ที่เกี่ยวของกับการผลิตไฮโดรเจนที่อุณหภูมิสูง และสามารถเตรียมได้โดยการนำจุลินทรีย์จากระบบไร้อากาศผลิตมีเทนมาเตรียมด้วยวีธีการ shock –load และได้แยกจุลินทรีย์สายพันธุ์ Thermoanaerobacterium thermosaccharolyticum PSU-2 จาก
จุลินทรีย์ในระบบผลิตไฮโดรเจนจากน้ำทิ้งโรงงานน้ำมันปาล์ม และ Thermoanaerobacterium sp. AH4 จากตะกอนดินน้ำพุร้อนในเขตภาคใต้ ได้ออกแบบตัวตรวจติดตามทางดีเอ็นเอในการติดตามการทำงานของจุลินทรีย์ในระบบคือ Tbm1282 Tbmthsacc184 และ Ccs432 เพื่อติดตามการทำงานของจุลินทรีย์ผลิต
ไฮโดรเจนในระบบด้วยเทคนิค
Fluorescent in situ hybridization และได้พัฒนาตัวติดตามการแสดงออกของยีนไฮโดรจีเนสซึ่งจะแสดงเมื่อมีการผลิตไฮโดรเจนด้วยเทคนิค Real time PCR และได้พัฒนาระบบการผลิตเชื้อเพลิงผสมไฮโดรเจนและมีเทน (ฺBiohythane) แบบสองขั้นตอนอุณหภูมิสูงจากน้ำทิ้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ


 

 
มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา
140 ถนนกาญจนวนิช หมู่ที่ 4 ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา 90000 โทรศัพท์ 0-7431-7600
มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง
222 หมู่ 2 ตำบลบ้านพร้าว อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง 93110 โทรศัพท์ 0-7460-9600