น้ำพุร้อนภาคใต้ในพื้นที่จังหวัดพัทลุงและตรังมี “ศักยภาพเทียบชั้นมาตรฐานออนเซ็นญี่ปุ่น” มหาวิทยาลัยทักษิณ เดินหน้าจับมือ Kyushu Environmental Evaluation Association (KEEA) และ The University of Kitakyushu พร้อมจัดตั้งศูนย์นานาชาติด้านสิ่งแวดล้อมทางน้ำเพื่อการพัฒนาภูมิภาค เพื่อยกระดับองค์ความรู้ทรัพยากรน้ำพุร้อนในท้องถิ่นสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลกอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือด้านวิจัยระดับนานาชาติ หลังผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำพุร้อนในพื้นที่ภาคใต้พบว่ามีคุณสมบัติ “ทัดเทียมออนเซ็นญี่ปุ่น” พร้อมจับมือพันธมิตรต่างประเทศ เร่งจัดตั้งศูนย์นานาชาติด้านสิ่งแวดล้อมทางน้ำเพื่อการพัฒนาภูมิภาค หวังยกระดับทรัพยากรท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพอย่างยั่งยืน

รองศาสตราจารย์ ดร.สมัคร แก้วสุกแสง รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยทักษิณ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยได้เข้าร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับ Kyushu Environmental Evaluation Association ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อวางรากฐานความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านการวิจัย ทั้งการประเมินคุณภาพสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีตรวจวิเคราะห์น้ำ และการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน โดยร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งหน่วยงานท้องถิ่น และการขับเคลื่อนของโครงการพัทลุงโมเดล: การวิจัยและนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขจัดความยากจนและสร้างโอกาสทางสังคม สนับสนุนโดยหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ภายใต้กำกับ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
ผลการศึกษาคุณภาพน้ำพุร้อนในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะในจังหวัดพัทลุงและตรัง ได้แก่ บ่อน้ำร้อนเขาชัยสน อำเภอเขาชัยสน บ่อน้ำร้อนโหล๊ะจังกระ อำเภอกงหรา ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง รวมถึงน้ำร้อนเค็มควนสระ จังหวัดตรัง พบว่ามีคุณสมบัติทางกายภาพและเคมีใกล้เคียงกับมาตรฐานออนเซ็นในประเทศญี่ปุ่น สะท้อนศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติไทยที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับนานาชาติได้

ความร่วมมือดังกล่าวจะถูกต่อยอดอย่างเป็นทางการผ่านพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ระหว่างมหาวิทยาลัยทักษิณ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมกับ Kyushu Environmental Evaluation Association (KEEA) โดย Prof. Dr. Takayuki Shimaok, President of KEEA ในวันที่ 27 มีนาคม 2569 พร้อมจัดเวทีเสวนา “ออนเซ็นในภาคใต้ของไทย: โอกาส ความเป็นไปได้ และทิศทางในอนาคต” และการประชุมวิชาการนานาชาติด้านออนเซ็นครั้งแรกในภาคใต้
ไฮไลต์สำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการจัดตั้งศูนย์ International Centre on Water Environment in Regional Development (ICWERD) ณ คณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยทักษิณ เพื่อเป็นศูนย์กลางการวิจัย พัฒนาองค์ความรู้ บริการวิชาการ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติด้านสิ่งแวดล้อมน้ำ โดยมุ่งสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายผ่านฐานข้อมูลและเครื่องมือวิชาการที่ทันสมัย

นอกจากนี้ โครงการยังตั้งเป้าผลักดันน้ำพุร้อนธรรมชาติในภาคใต้ให้ก้าวสู่การเป็น “ออนเซ็นต้นแบบ” ที่มีมาตรฐาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเชื่อมโยงกับการพัฒนา “การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” (Wellness Tourism) โดยผสานวิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

การขับเคลื่อนครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยทักษิณในการนำองค์ความรู้และทรัพยากรท้องถิ่นสู่เวทีนานาชาติ พร้อมปักหมุดภาคใต้ของไทยให้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในอนาคต
............................................
ข่าวโดย : งานสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยทักษิณ