มหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมแผนกับภาคีเครือข่าย เดินหน้าแก้วิกฤตโลมาอิรวดี ในทะเลสาบสงขลา ที่กำลังลดจำนวนลงต่อเนื่อง พร้อมใช้ “งานวิจัย” เป็นเครื่องมือสำคัญ ควบคู่การยกระดับอาชีพและคุณภาพชีวิตชุมชน มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยทักษิณ เดินหน้าบูรณาการความร่วมมือแก้ปัญหาวิกฤตโลมาอิรวดี ในพื้นที่ ทะเลสาบสงขลาหลังเผชิญผลกระทบจากเครื่องมือประมง การเสื่อมโทรมของแหล่งน้ำ และมลพิษ ส่งผลให้จำนวนประชากรลดลงต่อเนื่อง โดยเร่งใช้ “งานวิจัย” เป็นกลไกหลักควบคู่การยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนประมง มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ซึ่งโครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนทุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้แผนงาน P24 ประจำปีงบประมาณ 2568 ซึ่งมุ่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ผ่านกิจกรรม “การเสริมสร้างอาชีพทางเลือกของชุมชนประมงรอบทะเลสาบสงขลาตอนบน และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมทางเพศภาวะ” เพื่อเกื้อหนุนการอนุรักษ์โลมาอิรวดีอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการออกแบบ “เศรษฐกิจชุมชนใหม่” ที่ลดแรงกดดันต่อทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมสร้างรายได้ที่มั่นคงให้คนในพื้นที่

ภาพ : Spacebar
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 มีการจัดปฐมนิเทศแผนงาน กำหนดทิศทางและสร้างความเข้าใจร่วมกัน โดยมีศาสตราจารย์ ดร.จักรพันธุ์ สุทธิรัตน์ รองผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวถึงที่มาและวัตถุประสงค์ของแผนงาน และได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว. บรรยายพิเศษและกล่าวเปิดงาน ภายใต้แนวคิด “พลังวิจัยและนวัตกรรม: พลิกวิกฤติโลมาอิรวดีสู่ความยั่งยืนของระบบนิเวศและเศรษฐกิจลุ่มน้ำ” สะท้อนบทบาทงานวิจัยในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่

นอกจากนี้ นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และศาสตราจารย์ ดร.เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจสีน้ำเงิน วช. ได้ร่วมกันนำเสนอภาพรวมสถานการณ์วิกฤติและทิศทางการขับเคลื่อนงานวิจัยภายใต้แผน P24 และนางสาววราภรณ์ หิรัญวัฒนศิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมอาวุโส จากธนาคารโลกได้นำเสนอแนวทางสนับสนุนผ่านกองทุน PROBLUE เพื่อเสริมศักยภาพการอนุรักษ์ควบคู่การพัฒนาชุมชน ขณะที่หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ อาทิ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมประมง และ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในเวทีเสวนา “พลังความร่วมมือ 5 ปีข้างหน้า” เพื่อกำหนดทิศทางการอนุรักษ์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิตินโยบาย การจัดการทรัพยากร และการมีส่วนร่วมของชุมชน

มหาวิทยาลัยทักษิณย้ำบทบาท “กลไกวิชาการของพื้นที่” ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การปฏิบัติจริง ไม่เพียงมุ่งอนุรักษ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ แต่ยังเดินหน้าสร้างระบบเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน เพื่อให้ทะเลสาบสงขลากลับมาอุดมสมบูรณ์ทั้งด้านนิเวศและคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
...............................................
ข่าว : งานสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยทักษิณ