Black Ribbon Top Right
ม.ทักษิณ ผนึก 11 เครือข่าย ยกระดับ ระบบสุขภาพองค์รวม ลดเหลื่อมล้ำ เสริมศักยภาพรับมือภัยพิบัติในเขตคนจนเมือง
ฟังด้วยเสียง
0:00 / 0:00

ม.ทักษิณ ผนึก 11 เครือข่าย ยกระดับ ระบบสุขภาพองค์รวม ลดเหลื่อมล้ำ เสริมศักยภาพรับมือภัยพิบัติในเขตคนจนเมือง

2 พ.ค. 69 36

มหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมกับ 11 ภาคีเครือข่าย ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ณ มัสยิดควนสันติ ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาระบบสุขภาพแบบองค์รวม ลดความเหลื่อมล้ำในเขตคนจนเมือง และเสริมศักยภาพการจัดการภาวะฉุกเฉินและภัยพิบัติในระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน

ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากวิกฤตมหาอุทกภัยที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะชุมชนริมคลองที่ทำหน้าที่เป็น “แนวหน้ารับน้ำ” ได้แก่ ชุมชนควนสันติ ชุมชนหน้าควน ชุมชนท่าเคียน ชุมชนประสานมิตร และชุมชนปลักหว้า ซึ่งตั้งอยู่บริเวณคลองภูมินาถดำริ (เดิมคลอง ร.1) และคลองอู่ตะเภา ซึ่งเป็นสายหลักที่รองรับมวลน้ำจากอำเภอสะเดา ทั้ง 5 ชุมชนดังกล่าว เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของประชาชนกลุ่มฐานรากและคนจนเมืองมากกว่า 5,000 ครัวเรือน โดยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ค้าขายอาหาร แผงลอย และไรเดอร์ส่งอาหาร ทำให้เมื่อเกิดสถานการณ์น้ำท่วมซ้ำซาก ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อที่อยู่อาศัย รายได้ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

ภายใต้ความร่วมมือนี้ ภาคีเครือข่ายประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.), สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก (สำนัก 1), สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 12 สงขลา, มูลนิธิชุมชนสงขลา, สำนักงานเทศบาลเมืองควนลัง,โรงพยาบาลหาดใหญ่, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย, คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กชป.) เขต 11, คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กชป.) เขต 12, และ มูลนิธิเครือข่ายเมืองภาคใต้ถเพื่อรับมือการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศโดยร่วมกันบูรณาการองค์ความรู้ ทรัพยากร และกลไกการทำงาน เพื่อยกระดับระบบสุขภาพปฐมภูมิที่เชื่อมโยงมิติสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นองค์รวม

เป้าหมายสำคัญคือการพัฒนา “นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ” ในระดับพื้นที่ ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างเป็นธรรม ครอบคลุม และยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างระบบรองรับภาวะฉุกเฉินและภัยพิบัติ ตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การตอบสนองต่อวิกฤต ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังสถานการณ์ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของชุมชน (community resilience) อย่างเป็นระบบ

รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวว่า การพัฒนาระบบสุขภาพในบริบทปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยระยะเริ่มต้นจะเน้นการพัฒนาระบบข้อมูลเชิงพื้นที่ที่ครอบคลุมทุกมิติของการดำรงชีวิต ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพคนและชุมชนผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ และกิจกรรมที่สร้าง “ความเชื่อมั่นร่วม” ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน

“การขับเคลื่อนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการสร้างองค์ความรู้ แต่เป็นการออกแบบระบบปฏิบัติการระดับชุมชน ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของตนเอง ทั้งด้านคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม”อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าว

ทั้งนี้ การดำเนินงานยังเชื่อมโยงกับบทเรียนจาก “พัทลุงโมเดล” ซึ่งเป็นต้นแบบการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงพื้นที่แบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ โดยมหาวิทยาลัยทักษิณทำหน้าที่เป็น “ตัวกลางทางวิชาการ” (Knowledge Broker) เชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การปฏิบัติจริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ความร่วมมือดังกล่าวจึงสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะ “มหาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม” ที่ไม่เพียงผลิตองค์ความรู้ แต่ยังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความมั่นคงทางสุขภาพให้กับสังคมไทยในระยะยาว

.....................................

ข่าว : งานสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยทักษิณ