Black Ribbon Top Right
เมื่อ เศษอาหาร ใน ม.ทักษิณ ไม่ได้จบลงที่ถังขยะ  แต่เป็นเส้นทางสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน
ฟังด้วยเสียง
0:00 / 0:00

เมื่อ เศษอาหาร ใน ม.ทักษิณ ไม่ได้จบลงที่ถังขยะ แต่เป็นเส้นทางสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน

6 ต.ค. 69 104

เคยสงสัยไหมว่า...หลังจากเราเทเศษอาหารลงถังแล้ว มันเดินทางไปไหนต่อ? สำหรับคนส่วนใหญ่ นั่นอาจเป็นจุดสิ้นสุดของอาหารหนึ่งมื้อ แต่ที่มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง มันกลับเป็น “จุดเริ่มต้น” ในการเดินทางอีกครั้งของเศษอาหารจากพื้นที่สำคัญ 7 จุดภายในมหาวิทยาลัยที่ถูกรวบรวมได้มากกว่า 874 กิโลกรัมต่อวัน

เศษอาหารปริมาณเกือบ 1 ตันที่เกิดขึ้นทุกวัน หากทั้งหมดถูกมองว่าเป็นเพียง “ขยะ” สิ่งที่ตามมาย่อมไม่ใช่แค่ภาระในการจัดเก็บและกำจัด แต่หมายถึงทรัพยากรจำนวนมหาศาลที่ถูกทิ้งไปพร้อมกัน มหาวิทยาลัยทักษิณจึงเลือกอีกเส้นทางหนึ่ง แทนที่จะถามว่า “จะกำจัดขยะเหล่านี้อย่างไร?” เป็น “จะทำอย่างไรให้ขยะกลับมามีคุณค่าอีกครั้ง?”

นี่คือจุดเริ่มต้นของการจัดการขยะอินทรีย์เชิงระบบร่วมกัน ภายใต้แนวคิด Circular Campus ที่เปลี่ยนขยะให้เป็นทรัพยากรหมุนเวียน เชื่อมโยงไปถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก หรือ Sustainable Development Goals: SDGs ได้อย่างน่าภูมิใจ

ไม่ต้องกลายเป็นขยะ

จากเศษอาหารกว่า 874 กิโลกรัมต่อวัน มากกว่า 621 กิโลกรัม หรือประมาณร้อยละ 71.1 ถูกส่งต่อให้ประชาชนในพื้นที่นำไปใช้เลี้ยงสุกร ไก่ และเป็ด นั่นหมายความว่า เศษอาหารส่วนใหญ่ไม่ได้เดินทางออกจากมหาวิทยาลัยในฐานะ “ขยะ” แต่มันออกไปในฐานะ “ทรัพยากร” ที่ยังใช้ประโยชน์ต่อได้

อาจเป็นภาพธรรมดาที่เกิดขึ้นทุกวัน แต่หากมองผ่านแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน จะเห็นความสัมพันธ์ระหว่าง มหาวิทยาลัย–ทรัพยากร–ชุมชน สิ่งที่เหลือจากการบริโภคภายในมหาวิทยาลัย ถูกส่งต่อไปสร้างประโยชน์อีกทอดหนึ่ง แทนที่จะเดินตรงไปสู่ปลายทางของการกำจัด

เศษอาหารอีกประมาณ 253 กิโลกรัมต่อวัน ถูกนำเข้าสู่กระบวนการผลิตปุ๋ยหมัก ร่วมกับเศษใบไม้ เศษหญ้า และวัชพืชภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งมีปริมาณมากกว่า 1,145 กิโลกรัมต่อเดือน วัสดุอินทรีย์เหล่านี้ถูกนำมาผสมกับมูลโค และปล่อยให้กระบวนการหมักทำงานประมาณ 3–4 เดือน เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่เคยเป็นเศษอาหารเหลือทิ้ง เศษผัก ใบไม้ และหญ้า ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนสถานะ จากสิ่งเหลือทิ้งเป็นปุ๋ยหมักมากกว่า 235 กระสอบต่อเดือน หรือหากดำเนินการต่อเนื่องในระดับเดียวกันตลอดทั้งปี จะสามารถผลิตปุ๋ยหมักได้มากกว่า 2,820 กระสอบต่อปี

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้บอกเพียงว่ามหาวิทยาลัยทักษิณ “จัดการขยะได้เท่าไร” แต่กำลังบอกว่า มีทรัพยากรมากเท่าไรที่ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งไป

มองความยั่งยืนจากเศษอาหาร

เพราะความยั่งยืนไม่ได้หมายถึงการผลิตสิ่งใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการใช้สิ่งที่เรามีอยู่ให้คุ้มค่า ลดการสูญเสีย และนำทรัพยากรกลับเข้าสู่วงจรการใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด ดังนั้น การลด Food Waste และเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งให้กลับมาเป็นทรัพยากรก็สร้างความยั่งยืนได้เช่นกัน ซึ่งก็เชื่อมโยงไปสู่ SDGs 12: Responsible Consumption and Production-การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืนนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม เมื่อขยะอินทรีย์ถูกทิ้งและย่อยสลายโดยไม่มีการจัดการอย่างเหมาะสม มันสามารถกลายเป็นแหล่งกำเนิดก๊าซเรือนกระจก ฉะนั้น การจัดการเศษอาหารตั้งแต่ต้นทาง การนำกลับไปใช้ประโยชน์ และการผลิตปุ๋ยหมัก จึงไม่เพียงลดปริมาณขยะ แต่ยังเป็นกลไกเชื่อมโยงกับผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศด้วย ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า การจัดการเศษอาหารในจานข้าวของเราอาจเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่จะใช้รับมือกับภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงตาม SDG 13: Climate Action ที่ว่าด้วยการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศร่วมกันได้

จากถังเศษอาหาร สู่ Carbon Neutrality 2040

มหาวิทยาลัยทักษิณประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนสู่การเป็น Carbon Neutral University ภายในปี ค.ศ. 2040 และมุ่งสู่ Net Zero Emissions ภายในปี ค.ศ. 2050 แน่นอนว่าเป้าหมายใหญ่เช่นนี้ ไม่สามารถสำเร็จได้ด้วยการจัดการเศษอาหารเพียงอย่างเดียว แต่มันสามารถเกิดขึ้นได้จากเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันต่างๆ ของเรา เพราะ Carbon Neutrality ไม่ได้อยู่เฉพาะในแผงโซลาร์เซลล์ รถยนต์ไฟฟ้า หรือเทคโนโลยีสีเขียวเท่านั้น มันอาจซ่อนอยู่ในวิธีที่เราจัดการกับข้าวหนึ่งกำมือที่กินไม่หมด อยู่ในใบไม้ที่เราเลือกว่าจะเผา ทิ้ง หรือหมุนเวียนกลับมาใช้ และอยู่ในระบบที่ทำให้ “ของเหลือ” ไม่ต้องกลายเป็น “ของเสีย”

สิ่งที่น่าสนใจอาจไม่ใช่จำนวนปุ๋ยที่ผลิตได้ หรือจำนวนกิโลกรัมของเศษอาหารที่ลดลง แต่อยู่ที่การทำให้พื้นที่มหาวิทยาลัยกลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่นิสิต บุคลากร และชุมชนสามารถเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมร่วมกัน เพราะเรื่อง SDGs จะมีความหมายมากกว่าเดิม เมื่อมันปรากฏอยู่ในโรงอาหารในจุดแยกขยะในกองปุ๋ยหมักและในความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน  และนี่อาจเป็นอีกบทบาทหนึ่งของมหาวิทยาลัยในยุคที่โลกกำลังเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม

เปลี่ยนแปลงสิ่งเล็กๆ สู่เป้าหมายอันยิ่งใหญ่

874 กิโลกรัมต่อวัน อาจเป็นเพียงตัวเลขหนึ่งในระบบจัดการเศษอาหารของมหาวิทยาลัย แต่เบื้องหลังตัวเลขนั้นคือการเปลี่ยนเส้นทางของทรัพยากรบางส่วนเดินทางไปสู่ชุมชน บางส่วนเดินทางเข้าสู่กองปุ๋ยหมัก และบางส่วนกำลังเดินทางต่อไปในฐานะองค์ความรู้ จาก Food Waste สู่ Waste-to-Resource จาก Circular Campus สู่ SDGs และจากการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน สู่เป้าหมายใหญ่ความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยทักษิณและโลกของเรา บางทีการเดินทางสู่ความยั่งยืนอาจไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามที่ซับซ้อนแต่อาจเริ่มง่าย ๆ จากคำถามหลังอาหารมื้อหนึ่ง

..................................................

ข่าว : งานสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยทักษิณ