Black Ribbon Top Right
จับตา แพลงก์ตอนบลูม ปากประ ทะเลสาบสงขลาตอนบน สัญญาณเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศและคุณภาพน้ำ
ฟังด้วยเสียง
0:00 / 0:00

จับตา แพลงก์ตอนบลูม ปากประ ทะเลสาบสงขลาตอนบน สัญญาณเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศและคุณภาพน้ำ

7 ต.ค. 69 80

น้ำทะเลสาบสงขลาบริเวณปากประ ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เปลี่ยนเป็นสีเขียวอย่างผิดปกติ พร้อมพบปลาไหลตายลอยน้ำจำนวนมาก นำไปสู่การลงพื้นที่สำรวจของนักวิจัยมหาวิทยาลัยทักษิณ ซึ่งตรวจพบ Euglena เป็นกลุ่มสิ่งมีชีวิตเด่นในตัวอย่างน้ำ ขณะที่ผลตรวจคุณภาพน้ำพบความแตกต่างของค่าออกซิเจนละลายน้ำระหว่างผิวน้ำและพื้นท้องน้ำ สถานการณ์ดังกล่าวจึงเป็นสัญญาณที่ควรจับตา ท่ามกลางความเป็นไปได้ของการเกิด “แพลงก์ตอนบลูม” และการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศทะเลสาบสงขลา

พื้นที่ทะเลสาบสงขลาบางจุดเปลี่ยนเป็นสีเขียว

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เตือนตา ร่าหมาน อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยทักษิณ และหัวหน้าหน่วยบริการวิชาการ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา พร้อมด้วยผู้ใหญ่สุชาติ บุญญปรีดากุล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 11 บ้านชายคลอง ได้ลงพื้นที่สำรวจบริเวณปากประ ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง หลังได้รับแจ้งจากชาวประมงในพื้นที่ว่าพบปลาไหลตายลอยน้ำเป็นจำนวนมาก เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การสำรวจพื้นที่และตรวจวัดคุณภาพน้ำ เพื่อประเมินสถานการณ์และค้นหาปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของแหล่งน้ำ จากการสำรวจพบว่าน้ำมีสีเขียวผิดปกติจากสภาพธรรมชาติอย่างเห็นได้ชัดและมีคราบลอยบริเวณผิวน้ำ 

ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำจำนวน 5 สถานี   ค่าออกซิเจนละลายน้ำบริเวณผิวน้ำอยู่ที่ประมาณ 7.7–8.8 มิลลิกรัมต่อลิตร ขณะที่บริเวณพื้นท้องน้ำมีค่าประมาณ 3–4 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่า pH อยู่ระหว่าง 8.89–9.51 ค่าการนำไฟฟ้าอยู่ระหว่าง 3,337–4,577 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร ความเค็ม 2.1–2.9 ppt และปริมาณสารแขวนลอยอยู่ระหว่าง 2,169–2,975 มิลลิกรัมต่อลิตร และเมื่อนำตัวอย่างน้ำมาตรวจวิเคราะห์สิ่งมีชีวิตในน้ำ พบสิ่งมีชีวิตในกลุ่มยูกลีนา (Euglena) เป็นกลุ่มเด่น ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะของน้ำที่เปลี่ยนเป็นสีเขียว การพบยูกลีนาจำนวนมากเป็นข้อบ่งชี้ว่า แหล่งน้ำเกิดสภาวะยูโทรฟิเคชั่น (Eutrophication) หรือการมีปริมาณสารอาหารมากเกินในน้ำ (Sampoorani et al., 2002)

แพลงก์ตอนบลูมคืออะไร

ปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูม (Plankton Bloom) คือภาวะที่แพลงก์ตอนเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วและมีความหนาแน่นสูง จนทำให้สีของน้ำเปลี่ยนแปลงไปตามชนิดและสีของแพลงก์ตอนที่เพิ่มจำนวนขึ้น ปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหรือดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและปัจจัยที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของแพลงก์ตอน แพลงก์ตอนบลูมสามารถเกิดจากแพลงก์ตอนหลายกลุ่ม เช่น ไดโนแฟลกเจลเลต (Dinoflagellates) สำหรับเหตุการณ์บริเวณปากประครั้งนี้ พบ Euglena เป็นกลุ่มเด่นในตัวอย่างน้ำ จึงเป็นข้อมูลสำคัญที่ควรนำมาพิจารณาร่วมกับข้อมูลคุณภาพน้ำและสภาพแวดล้อมอื่น ๆ

อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้แพลงก์ตอนเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว

            การเกิดแพลงก์ตอนบลูมไม่ได้เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่สัมพันธ์กับหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นพร้อมกัน โดยเฉพาะปริมาณธาตุอาหารในน้ำและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือ ธาตุอาหารในแหล่งน้ำมีปริมาณสูง (Eutrophication)  โดยเฉพาะไนโตรเจนและฟอสฟอรัส ซึ่งอาจมาจากพื้นที่เกษตรกรรมและน้ำทิ้งจากชุมชน หากสารอาหารเหล่านี้สะสมในแหล่งน้ำในปริมาณมาก จะเป็นแหล่งอาหารที่เอื้อต่อการเพิ่มจำนวนของแพลงก์ตอน อีกปัจจัยหนึ่งคือ การชะล้างจากฝนตกหนัก ในช่วงที่มีฝนตกบ่อยและมีปริมาณน้ำไหลบ่าจากพื้นที่บนบกมากขึ้น แร่ธาตุ ตะกอน และสารอาหารจากหน้าดินสามารถถูกพัดพาลงสู่แหล่งน้ำ ส่งผลให้ปริมาณสารอาหารในน้ำเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ อุณหภูมิ แสงแดด และสภาพของน้ำ ก็มีส่วนสำคัญ หากสภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการสังเคราะห์แสง แพลงก์ตอนสามารถเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็ว จนมีความหนาแน่นสูงและปกคลุมบริเวณผิวน้ำ  ในภาพรวม ปัจจัยเหล่านี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นการบรรจบกันของ “สารอาหารที่เพียงพอ” กับ “สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม” ซึ่งทำให้แพลงก์ตอนสามารถเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็ว

จากน้ำสีเขียวสู่การลดลงของออกซิเจนในน้ำ

          แม้แพลงก์ตอนจะเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศทางน้ำ แต่เมื่อมีปริมาณมากเกินไปก็สามารถก่อให้เกิดผลกระทบต่อสมดุลของระบบนิเวศได้ เมื่อแพลงก์ตอนมีความหนาแน่นสูง สิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีการใช้ทรัพยากรในระบบน้ำเพิ่มขึ้น และเมื่อแพลงก์ตอนบางส่วนตายลงจะถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ กระบวนการย่อยสลายดังกล่าวต้องใช้ออกซิเจนในน้ำ ส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำลดลง โดยเฉพาะระดับออกซิเจนบริเวณพื้นท้องน้ำ

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสัตว์น้ำและระบบนิเวศ

          การลดลงของออกซิเจนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสัตว์น้ำ โดยเฉพาะบริเวณพื้นท้องน้ำ หากปริมาณออกซิเจนลดลงมากขึ้น สัตว์น้ำอาจได้รับผลกระทบและอาจหลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าวเพื่อไปอยู่ในบริเวณที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกว่า ในกรณีที่การลดลงของออกซิเจนเกิดขึ้นอย่างรุนแรง อาจส่งผลให้สัตว์น้ำขาดออกซิเจนและตายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณที่มีการสะสมของอินทรียวัตถุและเกิดการย่อยสลายอย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบต่อชุมชนและการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ

          ทะเลสาบสงขลาเป็นแหล่งน้ำที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของชุมชน โดยเฉพาะชุมชนที่ประกอบอาชีพประมงและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรทางน้ำ ดังนั้น เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน้ำหรือพบสัตว์น้ำตายเป็นจำนวนมาก ผลกระทบจึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม แต่สามารถเชื่อมโยงไปถึงการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตของคนในพื้นที่  น้ำที่เปลี่ยนสีอย่างชัดเจนและการเกิดคราบหรือฟองยังสามารถส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำและภาพลักษณ์ของพื้นที่ได้ ด้วยเหตุนี้ การสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูมให้แก่ชุมชนจึงมีความสำคัญ ไม่เพียงเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุและกระบวนการที่เกิดขึ้น แต่ยังช่วยให้ชุมชนสามารถสังเกตความผิดปกติของแหล่งน้ำและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งที่ควรเฝ้าระวัง     

          ปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูมจึงไม่ควรถูกมองเพียงว่าเป็น “น้ำเปลี่ยนสี” แต่ควรมองเป็นหนึ่งในสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศที่ควรได้รับการติดตาม โดยเฉพาะในแหล่งน้ำที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของชุมชน การเฝ้าระวังตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การตรวจวัดคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง และการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องกับชุมชน จะช่วยให้สามารถประเมินสถานการณ์และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตของผู้คนรอบทะเลสาบสงขลาได้

แนวทางการลดปรากฏการแพลงก์ตอนบลูม

อย่างไรก็ตาม แพลงก์ตอนบลูม ก็มีวิธีการป้องกันหรือควบคุมไม่ให้เกิดขึ้นถี่เกินไปหลายวิธี อาทิ ลดการปล่อยสารอาหารลงสู่ทะเล วิธีนี้ทำได้โดยการลดการใช้ปุ๋ยหรือพื้นที่เกษตร บำบัดน้ำเสียให้ถูกต้อง และการจัดการน้ำฝนที่ตกลงมา ให้ความรู้ต่อสาธารณชน ทุกคนควรตระหนักรู้ถึงอันตรายต่อสุขภาพที่เกิดจากแพลงก์ตอนบลูม และวิธีการปกป้องตัวเองและครอบครัว และเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ การเฝ้าระวังคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ทราบว่ามีปัญหาใดที่จะเกิดขึ้นได้ เพื่อจะได้ลงมือป้องกันไม่ให้เกิดแพลงก์ตอนบลูม

...............................................

ข่าว : งานสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยทักษิณ