มหาวิทยาลัยทักษิณ ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายภาคประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตคนจนเมืองในเขตเทศบาลเมืองควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก เดินหน้าขับเคลื่อนแนวคิด “ฟื้นชุมชนด้วยชุมชน” ขยายผลโครงการแก้จนสู่พื้นที่เมือง ภายใต้กรอบการทำงาน “สองคลองโมเดล" มุ่งช่วยเหลือเร่งด่วนและวางรากฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้ 5 ชุมชนริมคลองหลักของหาดใหญ่
จากสถานการณ์มหาอุทกภัยที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนในเขตอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะชุมชนที่ตั้งอยู่ริมคลองซึ่งทำหน้าที่เป็นด่านแรกในการรับมวลน้ำ ได้แก่ ชุมชนควนสันติ ชุมชนหน้าควน ชุมชนท่าเคียน ชุมชนประสานมิตร และชุมชนปลักหว้า ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองภูมินาถดำริ (เดิมคลอง ร.1) และคลองอู่ตะเภา คลองสายหลักที่รับน้ำจากอำเภอสะเดา
ทั้ง 5 ชุมชนเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของกลุ่มคนรากหญ้าและคนจนเมืองกว่า 5,000 ครัวเรือน ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ค้าขายอาหาร แผงลอย และไรเดอร์ส่งอาหาร เมื่อเกิดน้ำท่วมซ้ำซากจึงส่งผลกระทบต่อที่อยู่อาศัย รายได้ และคุณภาพชีวิตอย่างรุนแรง

คณะทำงานโครงการ “พัทลุงโมเดล: การวิจัยและนวัตกรรมสังคมเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.สมัคร แก้วสุกแสง รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม และ นายแพทย์สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ รองอธิการบดีฝ่ายการแพทย์และวิทยาการสุขภาพ มหาวิทยาลัยทักษิณ ลงพื้นที่ประชุมหารือร่วมกับตัวแทนทั้ง 5 ชุมชน ภาคีเครือข่ายภาคประชาชน องค์กรอิสระ หน่วยงานภาครัฐ และสถาบันการศึกษา เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2568 ณ ห้องประชุมมัสยิดควนสันติ เพื่อเร่งหาแนวทางช่วยเหลือและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมขยายผลการทำงานเชิงพื้นที่จากจังหวัดพัทลุงสู่พื้นที่เมืองหาดใหญ่ ภายใต้กรอบการทำงานใหม่ในชื่อ “สองคลองโมเดล” ซึ่งมุ่งใช้พลังชุมชนเป็นแกนกลางในการแก้ไขปัญหา

จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่าหลายครัวเรือนได้รับความเสียหายอย่างหนัก บ้านเรือนพังเสียหายจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ คณะทำงานจึงกำหนดแผนการช่วยเหลือออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่
ระยะสั้น (เร่งด่วน ภายใน 2–3 เดือน) มีการจัดตั้ง “ทีมกลาง” พื้นที่สองคลองควนลัง โดยแต่ละชุมชนมีแกนนำอย่างน้อย 2 คน และทีมปฏิบัติการชุมชนประมาณชุมชนละ 10 คน เพื่อเร่งเก็บข้อมูลกลุ่มเปราะบาง อาทิ คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้ป่วยโรคไต และครัวเรือนยากจนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ระหว่างคลองภูมินาถดำริและคลองอู่ตะเภา โดยใช้แบบฟอร์มที่ครอบคลุมด้านที่อยู่อาศัย อาชีพ และสุขภาพ ซึ่งได้ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการช่วยเหลืออย่างตรงจุด หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยสำหรับครัวเรือนที่บ้านเสียหายทั้งหลัง ด้วยการก่อสร้าง บ้านน็อกดาวน์ต้นแบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ยกพื้น ขนาดประมาณ 3×5 เมตร วงเงินหลังละประมาณ 60,000 บาท ซึ่งพัฒนาโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม โดยคาดว่าจะดำเนินการประมาณ 20 หลัง

ระยะยาว มุ่งวางรากฐานการพัฒนาทักษะและเสริมความเข้มแข็งให้ประชาชนในชุมชน ควบคู่กับการนำ “พัทลุงโมเดลแก้จน” มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทเมืองและทักษะของคนในพื้นที่ เพื่อรองรับการขาดรายได้ภายหลังภัยพิบัติ รวมถึงการเสริมความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยาเบื้องต้น การเฝ้าระวังภัย และการฝึกอบรมทีมกู้ภัยและอาสาสมัครชุมชน เพื่อสร้างความพร้อมรับมือสถานการณ์ในอนาคตอย่างยั่งยืน

การขับเคลื่อน “สองคลองโมเดล” จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยทักษิณในการนำงานวิจัยและนวัตกรรมสังคมลงสู่พื้นที่จริง ภายใต้แนวคิด “ฟื้นชุมชนด้วยพลังของชุมชน” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเข้มแข็งให้กับคนจนเมืองอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
..........................................
ข่าวโดย : งานสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยทักษิณ