ทิศทาง 4 ปีข้างหน้าของมหาวิทยาลัยทักษิณถูกนำเสนอผ่านวิสัยทัศน์ของผู้เข้ารับการสรรหาอธิการบดี 2 ราย ในเวทีนำเสนอวิสัยทัศน์และแนวทางการบริหารมหาวิทยาลัยทักษิณ ระยะ 4 ปี พ.ศ. 2570–2574 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสรรหาผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดี เปิดพื้นที่ให้ทั้งสองรายนำเสนอแนวคิด นโยบาย และแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยต่อคณะกรรมการสรรหาและประชาคมมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยทักษิณเดินหน้ากระบวนการสรรหาผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดี โดยมีผู้เข้ารับการสรรหา 2 ราย คือ รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อภิวัฒน์ สมาธิ นำเสนอวิสัยทัศน์และแนวทางการบริหารมหาวิทยาลัยสำหรับระยะ 4 ปี พ.ศ. 2570–2574 เพื่อให้คณะกรรมการสรรหาและประชาคมมหาวิทยาลัยได้รับทราบแนวคิดและทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยของผู้เข้ารับการสรรหาแต่ละราย


สำหรับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อภิวัฒน์ สมาธิ นำเสนอแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยทักษิณ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2570–2574) ภายใต้วิสัยทัศน์ “มหาวิทยาลัยทักษิณเพื่อสังคม ก้าวสู่มหาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคมชั้นนำ ที่พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ด้วยการหารายได้ใหม่ การขยายบริการสุขภาพ และการศึกษาเพื่อทุกคน (TSU for All)” โดยวาง 9 ยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยให้มีความมั่นคง พึ่งพาตนเองได้ และตอบโจทย์สังคม ทั้งด้านการศึกษา การวิจัย นวัตกรรม สุขภาพ และการบริหารจัดการ
แนวทางสำคัญให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การสร้างความมั่นคงทางการเงินและหารายได้ใหม่ที่ไม่พึ่งพาค่าเล่าเรียนเพียงอย่างเดียว การขยายศูนย์การแพทย์แบบองค์รวมเพื่อพัฒนางานด้านสุขภาพและวางรากฐานสู่การจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยในระยะต่อไป และการขยายระบบ Non-Degree, Pre-Degree และ Credit Bank ให้ครอบคลุมทุกคณะและวิทยาลัย ภายใต้แนวคิด TSU for All เพื่อเปิดโอกาสให้คนทุกช่วงวัยเข้าถึงการเรียนรู้
ขณะเดียวกันยังมุ่งผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์จริง ผ่านการสนับสนุนนักวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ พร้อมพัฒนากลไกด้านการบริหารและการสร้างรายได้ เพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนและเป็นที่พึ่งของสังคมทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ

ส่วน รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ นำเสนอวิสัยทัศน์ “สานต่อ ก่อเพิ่ม เติมเต็ม สู่คุณภาพใหม่ของการเติบโต” มุ่งต่อยอดการพัฒนามหาวิทยาลัยจากฐานที่มีอยู่ พร้อมสร้างงานและกลไกใหม่ เพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยทักษิณสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคมระดับแนวหน้าของประเทศ” โดยวางนวัตกรรมสังคมเชิงพื้นที่เป็นแกนสำคัญ และเชื่อมโยงศักยภาพของท้องถิ่นกับมาตรฐานระดับสากลผ่านแนวคิด University of Glocalization
แนวทางสำคัญครอบคลุมการพัฒนากำลังคนและทักษะแห่งอนาคต ผ่านหลักสูตรที่ตอบโจทย์วิชาชีพและตลาดแรงงาน การขยายการเรียนรู้แบบ Non-Degree, Pre-Degree และ Credit Bank รวมถึงการพัฒนานิสิตให้มีประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง ขณะเดียวกันมุ่งเปลี่ยนงานวิจัยและนวัตกรรมให้เกิดการใช้ประโยชน์จริงในพื้นที่ ผ่าน Research Impact Pathway การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา และการสร้างธุรกิจนวัตกรรม โดยมี TSU Enterprise และแนวคิด Thaksin Innopolis เป็นกลไกสำคัญ
อีกด้านหนึ่ง ยังให้ความสำคัญกับการนำทุนศิลปะ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นนวัตกรรมทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมพัฒนาความเป็นนานาชาติของมหาวิทยาลัยผ่านเครือข่าย Strategic Partners และการยกระดับมาตรฐานสู่เวทีโลก ควบคู่กับการปรับระบบบริหารสู่การเป็นองค์กรสมัยใหม่ มีความคล่องตัว ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และขับเคลื่อนด้วยหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้การเติบโตของมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเชื่อมโยงทั้งด้านการศึกษา วิจัย นวัตกรรม เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

ทั้งสองแนวทางจึงนำเสนอทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยทักษิณในช่วง 4 ปีข้างหน้า ผ่านมุมมองและกลไกที่แตกต่างกัน ทั้งด้านการศึกษา การวิจัยและนวัตกรรม การสร้างรายได้ การบริการสังคม และการเพิ่มศักยภาพของมหาวิทยาลัย โดยการนำเสนอวิสัยทัศน์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ วาระ พ.ศ. 2570–2574 และจะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาตามกระบวนการสรรหาอธิการบดีต่อไป
ข่าว : งานสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยทักษิณ