Black Ribbon Top Right
ม.ทักษิณ ร่วมสานต่อมรดกกว่า 200 ปี นาริมเล ในงานข้าวใหม่ ปลามัน ครั้งที่ 5
ฟังด้วยเสียง
0:00 / 0:00

ม.ทักษิณ ร่วมสานต่อมรดกกว่า 200 ปี นาริมเล ในงานข้าวใหม่ ปลามัน ครั้งที่ 5

13 ก.ย. 69 41

กว่า 200 ปีที่ภูมิปัญญาการทำนาของชาวปากประยังคงอยู่คู่ทะเลสาบสงขลา จากวิถีชีวิตที่สืบทอดผ่านผืนนา สู่พื้นที่เรียนรู้และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ โดยคณะนักวิจัยและหน่วยบริการวิชาการมหาวิทยาลัยทักษิณร่วมกับกลุ่มนาริมเล ชุมชนปากประ และเครือข่ายพันธมิตร สานต่อมรดกภูมิปัญญานี้ผ่านงาน “ข้าวใหม่ ปลามัน ครั้งที่ 5” ตอน “ออกปากเก็บข้าว ให้ชาวนาริมเล” เปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้เรียนรู้ ลงมือทำ และสัมผัสวิถีนาริมเล ณ นาริมเล โรงเรียนบ้านปากประ จังหวัดพัทลุง

เมื่อภูมิปัญญากว่า 200 ปีไม่ได้อยู่แค่ในความทรงจำ แต่ยังคงมีชีวิตอยู่ในผืนนาและวิถีของผู้คน มหาวิทยาลัยทักษิณ โดยคณะนักวิจัยและหน่วยบริการวิชาการมหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมกับกลุ่มนาริมเล ชุมชนปากประ และเครือข่ายพันธมิตร สานต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านงาน “ข้าวใหม่ ปลามัน ครั้งที่ 5” ตอน “ออกปากเก็บข้าว ให้ชาวนาริมเล” เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ณ นาริมเล โรงเรียนบ้านปากประ จังหวัดพัทลุง

ภายในงาน นายสุจินต์ วาจากิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานเปิดงาน พร้อมร่วมกิจกรรมเก็บข้าวนาริมเล โดยกล่าวว่า “นาริมเลบ้านปากประ” เป็นวิถีการทำนาที่ชุมชนสืบทอดต่อกันมายาวนานกว่า 200 ปี เป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับระบบนิเวศทะเลสาบสงขลา ปัจจุบันชุมชนยังคงอนุรักษ์วิถีดังกล่าว พร้อมต่อยอดให้เป็นทั้งผลิตภัณฑ์ข้าว แหล่งท่องเที่ยว และศูนย์การเรียนรู้ เปิดพื้นที่ให้นักเรียน นิสิตนักศึกษา และผู้สนใจเข้ามาเรียนรู้วิถีการทำนา ขณะเดียวกันยังมีกิจกรรมดูแลและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้ทะเลสาบสงขลายังคงเป็นฐานชีวิตของชุมชนต่อไป

“นาริมเล ไม่ใช่เพียงการทำการเกษตร แต่ยังเป็นเสมือน "มรดก" ที่ประเมินค่าไม่ได้ ไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทอง แต่คือภูมิปัญญาการทำนาแบบดั้งเดิมที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน จนกลายเป็นอัตลักษณ์ทางการเกษตรที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว” นายสายัณ รักดำ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทำนาริมเลบ้านปากประ ตำบลลำปำ จังหวัดพัทลุง กล่าว

นายสายัณกล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากผืนนา แต่ยังเป็นพื้นที่ให้คนในชุมชนกลับมาร่วมแรงร่วมใจกันรักษาวิถีดั้งเดิม ถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น และเปิดให้คนนอกชุมชนได้เข้ามาทำความรู้จักกับวิถีนาริมเลอย่างใกล้ชิด

สำหรับงาน “ข้าวใหม่ ปลามัน ครั้งที่ 5” มีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการประกวดสำรับอาหาร การหุงข้าวใหม่ และการรังสรรค์เมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่น โดยมี ปลาหัวโม่ง เป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญ ตลอดจนการสืบสานพิธีกรรม ทำขวัญข้าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการทำนาในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ อาทิ เรียนรู้การเก็บข้าวนาริมเลกับปราชญ์ภูมิปัญญาชาวบ้านทะเลสาบ การแข่งขัน “นวด ถิ้ม ขวัด” และการประกวด “เลียงข้าว” เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ตั้งแต่กระบวนการเก็บเกี่ยว ไปจนถึงภูมิปัญญาและเครื่องมือที่อยู่คู่กับวิถีชาวนาริมเล

ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยทักษิณกับชุมชนปากประครั้งนี้ จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การอนุรักษ์ภูมิปัญญา แต่เป็นการนำ “พื้นที่ คนในชุมชน องค์ความรู้” มาสร้างเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่เชื่อมโยงวิถีชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน จากผืนนาริมทะเลสาบสู่พื้นที่เรียนรู้แห่งใหม่ “นาริมเล” จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการเก็บเกี่ยวข้าวในฤดูกาลหนึ่ง แต่คือการเก็บเกี่ยว ความรู้ ความทรงจำ และรากของชุมชน เพื่อส่งต่อให้ยังมีชีวิตอยู่ในอนาคต

................................................

ข่าวโดย งานสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยทักษิณ

ภาพโดย งานสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยทักษิณ และสวท.พัทลุง กรมประชาสัมพันธ์