Black Ribbon Top Right
ถักทอหัตถศิลป์ลุ่มทะเลสาบสงขลา ร้อยบรรจงเชื่อมรากสู่โลก เล่าอัตลักษณ์ถิ่นใต้ผ่านพระแท่นที่ประทับ งานพระราชทานปริญญาบัตร ม.ทักษิณ ปีการศึกษา 2568
ฟังด้วยเสียง
0:00 / 0:00

ถักทอหัตถศิลป์ลุ่มทะเลสาบสงขลา ร้อยบรรจงเชื่อมรากสู่โลก เล่าอัตลักษณ์ถิ่นใต้ผ่านพระแท่นที่ประทับ งานพระราชทานปริญญาบัตร ม.ทักษิณ ปีการศึกษา 2568

15 ก.ย. 69 60

มากกว่าความงดงามของพระแท่นที่ประทับ คือเรื่องราวของ “ราก” ที่กำลังถูกส่งต่อสู่ “โลก” มหาวิทยาลัยทักษิณนำอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา และหัตถศิลป์จากลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา มาถ่ายทอดผ่านแนวคิด “หัตถศิลป์ถิ่นลุ่มน้ำ TSU GLOCALIZATION (ราก–โลก–ภิวัตน์)” ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปีการศึกษา 2568 เชื่อมโยงงานช่างพื้นถิ่นเข้ากับองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย ขณะเดียวกันยังเปิดพื้นที่ให้นิสิตและชุมชนร่วมสร้างสรรค์ เพื่อบอกเล่าตัวตนของ “บัณฑิตทักษิณ” กว่า 3,100 คน ก่อนก้าวออกจากรั้วเทาฟ้าสู่โลกกว้าง

พิธีพระราชทานปริญญาบัตร นอกจากความภาคภูมิใจในความสำเร็จของเหล่าบัณฑิต มหาวิทยาลัยทักษิณ ปีการศึกษา 2568 กว่า 3,100 คน ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกถึงความเป็น “บัณฑิตทักษิณ” คือ อัตลักษณ์และรากทางวัฒนธรรมถิ่นภาคใต้ ที่หล่อหลอมตัวตนผ่านการเรียนรู้และประสบการณ์ในรั้วเทาฟ้า ก่อนก้าวออกไปสู่โลกแห่งการทำงาน ตัวตนของเหล่าบัณฑิตถูกถ่ายทอดผ่านความงดงามของพระแท่นที่ประทับในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ด้วยแนวความคิด “หัตถศิลป์ถิ่นลุ่มน้ำ TSU GLOCALIZATION (ราก–โลก–ภิวัตน์)” ผสานภูมิปัญญา งานช่าง และวิถีชีวิตจากลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา บรรจงถักทอ ร้อยเรียงเข้ากับองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย เชื่อมรากเหง้าสู่สากล

สอดคล้องกับทิศทางของมหาวิทยาลัยทักษิณในการก้าวสู่ “มหาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคมระดับแนวหน้า” ผ่านทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของภาคใต้เป็นฐาน ต่อยอดผ่านการศึกษา งานวิจัย และบริการวิชาการ เพื่อสร้างคุณค่าใหม่แก่พื้นที่ให้เข้ากับบริบทของโลกยุคใหม่

“มหาวิทยาลัยทักษิณมุ่งมั่นส่งต่อคุณค่าแห่ง วิถีถิ่นใต้และวิถีไทย เชื่อมโยงสู่โลกสากล ผ่านตัวตนของบัณฑิตและการออกแบบพระแท่นที่ประทับด้วยอัตลักษณ์ที่หล่อหลอมจากรากเหง้าของเรา เพื่อย้ำเตือนเหล่าบัณฑิตว่า “เราคือใคร มาจากไหน และจะก้าวไปข้างหน้าอย่างไร” โดยไม่ลืมรากของตนเอง เพราะความภาคภูมิใจในตัวตน คือพลังที่จะพาเราออกไปโลดแล่นและสร้างคุณค่าให้กับสังคมและโลกอย่างภาคภูมิใจ” รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดี กล่าว

“หัวใจสำคัญของการออกแบบคือ การนำมรดกภูมิปัญญาที่ผูกพันกับวิถีชีวิตและทรัพยากรธรรมชาติของผู้คนในสงขลาและพัทลุง ถ่ายทอดผ่านการตกแต่งเวทีพระแท่นที่ประทับ ทั้งงานจักสานไม้ไผ่ เครื่องมือประมง ว่าว กรงนก งานจักสานกระจูด จักสานคลุ้ม งานผ้า รวมถึงงานลูกปัดมโนราห์และลวดลายจากงานศิลป์ถิ่นใต้ ทั้งยังเปิดโอกาสให้นิสิตชั้นปีที่ 3 และ 4 สาขาศิลปะการออกแบบ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้มีส่วนร่วมในการตกแต่งลวดลายลงบน ‘ว่าว’ ภายใต้การเรียนรู้ร่วมกับอาจารย์และชุมชน” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธัญญา พันธ์ฤทธิ์ดำ รองอธิการบดีวิทยาเขตพัทลุง กล่าว

ในส่วนของผ้าบาติก ได้แรงบันดาลใจจากลวดลายโบราณพัทลุงโดยกลุ่มศิวะนาฏ กนกไทย (บ้านศิวะนาฏ) ทั้งลายโบราณเมืองชัยบุรีและลายบายศรีวิชัยลังกาสุกะ มาผสานเรื่องราวพหุวัฒนธรรมของภาคใต้ ทั้งไทย พุทธ มุสลิม จีน เปอร์เซีย และชวา เข้ากับการออกแบบร่วมสมัยและการย้อมสีธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังมีผลงานจากการวิจัยของมหาวิทยาลัยทักษิณที่ทำร่วมกับชุมชนมาจัดแสดง เพื่อให้เห็นเส้นทางจาก “ภูมิปัญญา” สู่ “นวัตกรรม” ตั้งแต่จักสานย่านลิเภาจากบ้านม้าเงย จังหวัดสงขลา จักสานกระจูดทะเลน้อยที่พัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์คราฟต์ระดับพรีเมียมและ GI กระจูดพัทลุง ไปจนถึงจักสานเชือกกล้วยจากคูเต่า งานจักสานคลุ้ม งานจักสานหญ้าแฝก และกรงนกเขาชวา

ผลงานทุกชิ้นที่ถูกนำมาจัดวางบนพระแท่นที่ประทับ จึงไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบของการตกแต่งสถานที่ แต่คือเรื่องราวของการทำงานร่วมกันระหว่าง ภูมิปัญญาท้องถิ่น ชุมชน นิสิต อาจารย์ และองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัย ที่ร่วมกันค้นหาแนวทางใหม่ในการรักษาคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรม พร้อมต่อยอดให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และการเรียนรู้

ท้ายที่สุด “หัตถศิลป์ถิ่นลุ่มน้ำ TSU GLOCALIZATION” จึงเป็นมากกว่าการนำศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นมาอยู่บนเวทีพระราชทานปริญญาบัตร หากเป็นภาพแทนของเส้นทาง “ราก–โลก–ภิวัตน์” ที่มหาวิทยาลัยทักษิณกำลังขับเคลื่อน จากการเข้าใจรากเหง้าของตนเอง สู่การสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมร่วมกับชุมชน และส่งต่อคุณค่าของภาคใต้ไปสู่โลก เช่นเดียวกับบัณฑิตทักษิณที่กำลังจะก้าวออกไปสร้างอนาคต พระแท่นที่ประทับจึงทำหน้าที่บอกเล่าอีกหนึ่งความหมายของการเป็น “บัณฑิตทักษิณ” — รู้ราก เข้าใจถิ่น สร้างสรรค์ด้วยองค์ความรู้ และพร้อมก้าวไปสู่โลกโดยไม่ทิ้งตัวตนของตนเองไว้เบื้องหลัง

........................................

ข่าวโดย งานสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยทักษิณ