“จะทำงานใหญ่ ต้องจำระดับทศนิยม” ข้าพเจ้าบอกน้องทีมงานคนหนึ่งแบบขำ ๆ ต่อคำถามของเธอเมื่อได้ฟังการนำเสนอและตอบคำถามเรื่องการบริหารงบประมาณมหาวิทยาลัย ที่ข้าพเจ้าลงรายละเอียดระดับทศนิยม 2 ตำแหน่ง
จะว่าไปเรื่องนี้ไม่ได้เป็นคำตอบแบบขำ ๆ แต่อย่างใด งานใหญ่-งานสำคัญต้องใส่ใจรายละเอียด และมีความจำอันเป็นเลิศ ?
“รายละเอียดไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ แต่คือความเป็นเลิศ คือแรงปรารถนาที่ไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาและก้าวไปข้างหน้า” ใครบางคนเคยกล่าวไว้
การพัฒนา-แบบก้าวกระโดด มาจากการสั่งสมความสำเร็จเล็ก ๆ ที่สำคัญ มั่นคง และมีทิศทาง ข้าพเจ้าเชื่อ ลงมือทำ และจดจำสิ่งนั้น
เป็นที่รู้กันว่า ศูนย์กลางความคิด เครือข่ายความจำอันมหาศาล และการประมวลที่ทรงพลัง อันเป็นต้นธารและศูนย์กลางบัญชา ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเกือบทุกสิ่งอย่างของชีวิตคือ “สมอง”
มีรายงานวิจัยที่น่าทึ่งว่าสมองของคนคนหนึ่งมีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลได้มากถึง 2,500,000 GB มีเซลล์ประสาทมากกว่า 100,000,000,000 เซลล์ ที่เชื่อมสื่อสารกับเซลล์ประสาทอื่น ๆ ผ่านสัญญาณทางเคมีหรือไฟฟ้า และการประมวลผลข้อมูลด้วยความเร็วกว่า 400 กม./ชม. เลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม ในยุคบริโภคข้อมูลข่าวสารอันมากมาย ล้นทะลัก หลายหลากทิศทาง การบริโภคข้อมูลขยะ (Infobesity) ท่วมทับ (Information Overload) ทำให้สมองล้นล้า ถดถอย ไม่สามารถคิด วิเคราะห์ จำแนก แยกแยะ หรือยกระดับข้อมูลเป็นความรู้ ความคิดใหม่ที่แหลมคม ซ้ำร้ายยังส่งผลกระทบเชื่อมโยงไปยังเรื่องอื่น ๆ ทั้งในแง่การใช้ชีวิต การทำงาน หรือโรคภัยไข้เจ็บที่คาดไม่ถึง อาทิ โรคสมองล้า (Brain Fog Syndrome) โรคข้อมูลล้นสมอง (Information Fatigue Syndrome) หรือโรควิตกกังวลทางสังคม (Social anxiety disorder) เป็นต้น

ทางออก/ ทางแก้/ เยียวยา ในเรื่องนี้ไม่ง่ายนัก ? มีคำแนะนำมากมาย เทคนิคที่ข้าพเจ้านำมาปรับใช้ในการทำงานและการใช้ชีวิต คือการสร้างเครื่องมือช่วยจำที่เรียกว่า “การสร้างลิ้นชักความคิด” ผ่านการอ่าน แยกแยะ จัดระบบ-หมวดหมู่ คิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ และยกระดับข้อมูล ความรู้ นำไปใส่ไว้ในลิ้นชัก และนำออกมาใช้เมื่อถึงเวลา ขณะเดียวกันต้องหมั่นเติมข้อมูล ความรู้ใหม่ กำจัดขยะข้อมูลที่ไม่จำเป็นในลิ้นชักลิ้นชักความคิดบ่อย ๆ
ด้วยกระบวนการนี้จะทำให้เราสามารถจัดเก็บ เรียกข้อมูล ความรู้ มาใช้ได้อย่างรวดเร็ว สามารถตอบสนองต่อสิ่งนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญที่สุด คือ การทำให้โฟกัส จับจ้อง จดจ่อ กับเป้าหมายในภาพเล็ก ภาพใหญ่ที่เชื่อมโยงได้อย่างเป็นระบบ ช่วยขจัดความคิดสอดแทรกที่คอยบั่นทอน การหุนหันพลันแล่น หรือ วูบเข้ามาในความคิด ดังวลีฮิตติดปาก “เสียงในหัว” นั่นเอง
มีงานวิจัยว่าถ้าจัดระบบกลไกความคิดดี ๆ มนุษย์สามารถโฟกัสกับสิ่งต่าง ๆ ได้ 3 อย่างในเวลาเดียวกัน พร้อม ๆ กัน แต่การใช้ลิ้นชักความคิดอาจทำได้มากกว่านั้น
อธิการบดีมีกี่ลิ้นชัก-ความคิด-ความจำ เธอคนเดิมคาดคั้นถาม
6-7-8-9 ข้าพเจ้าแย้มยิ้มตอบ
................................................................................................
รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์
อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ
ป่าพะยอม, พัทลุง